สายด่วนโทร : 089-6500836
ทองต่างประเทศ ประเภทต่าง ๆ

ทำความรู้จักทองต่างประเทศ ประเภทต่าง ๆ
ทองต่างประเทศในบริบทของตลาดไทย หมายถึงทองคำที่มีระดับความบริสุทธิ์หรือมาตรฐานแตกต่างจากทองคำ 96.5% ที่นิยมในประเทศ โดยทองเหล่านี้มีที่มาจากหลายภูมิภาค เช่น ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก ซึ่งมีความแตกต่างทั้งในด้านสัดส่วนโลหะผสม ความแข็ง ดีไซน์ และเงื่อนไขการรับซื้อคืน
ทำความรู้จัก ทองต่างประเทศ ความต่างที่ค่าความบริสุทธิ์ (Karat)

มาตรฐานทองคำในประเทศไทยเน้นความบริสุทธิ์ที่ 96.5% ซึ่งมีลักษณะนิ่มและสีเหลืองเข้ม ในขณะที่ทองต่างประเทศนิยมใช้หน่วยวัดเป็น กะรัต (Karat) โดยมีการผสมโลหะอื่น เช่น เงิน ทองแดง หรือพัลลาเดียม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเปลี่ยนเฉดสี สัดส่วนที่พบมากได้แก่
1. กลุ่มทองคำความบริสุทธิ์สูง (Investment Grade)
- ทองฮ่องกงและทองจีน
เป็นทองคำความบริสุทธิ์สูง 24K หรือ 99.9% มีคุณสมบัติใกล้เคียงทองคำแท่งมากที่สุด เนื้อทองมีความนิ่มและสีเหลืองจัด มูลค่าของทองประเภทนี้ผูกติดกับราคาทองคำโลกโดยตรง จึงนิยมใช้ในการเก็บสะสมเพื่อการลงทุนมากกว่าการสวมใส่บ่อยครั้ง
- ทองดูไบและทองอาหรับ
มีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 18K ถึง 22K เอกลักษณ์หลักคือสีเหลืองเข้มและงานฝีมือที่มีขนาดใหญ่ ลวดลายชัดเจนและมีความประณีตสูง มักผลิตเป็นเครื่องประดับชิ้นหนัก เช่น กำไลหรือสร้อยคอขนาดใหญ่ การขายต่อต้องระบุค่ากะรัตให้ชัดเจนเพื่อการประเมินราคาที่ถูกต้อง
- ทองอินเดีย
นิยมความบริสุทธิ์ระดับ 22K (91.6%) มีเอกลักษณ์ที่ความวิจิตรของลวดลายและการฝังอัญมณีจำนวนมาก มักใช้ในงานพิธีการสำคัญ มูลค่าในการขายต่อจะถูกแยกส่วนระหว่างเนื้อทองคำแท้และน้ำหนักของอัญมณี
2. กลุ่มทองแฟชั่นและงานดีไซน์ (Fashion & Jewelry Grade)
- ทองอิตาลี (Italian Gold)
มีระดับความบริสุทธิ์มาตรฐานที่ 18K หรือ 75% โดดเด่นด้านงานออกแบบเชิงแฟชั่นระดับสากล มีความแข็งแรงสูงเนื่องจากมีสัดส่วนโลหะผสมที่เหมาะสม ทำให้ชิ้นงานมีความละเอียดและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ราคาขายต่อในไทยจะอ้างอิงตามเปอร์เซ็นต์ทองจริงซึ่งต่ำกว่าทองไทย
- ทองญี่ปุ่น
มีมาตรฐานความบริสุทธิ์ที่ 14K และ 18K เน้นดีไซน์เรียบง่ายแต่มีความทนทานต่อการใช้งานสูงมาก สีของทองจะอ่อนกว่าทองไทยชัดเจนเนื่องจากเน้นความแข็งของตัวเรือนเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในทุกโอกาส
- ทองขาวต่างประเทศ (White Gold)
คือการนำทองคำแท้ (14K หรือ 18K) มาผสมกับโลหะสีขาว เช่น นิกเกิล หรือ พัลลาเดียม และมักชุบผิวด้วยโรเดียมเพื่อให้เกิดความเงางาม ไม่ใช่โลหะแพลทินัม (Platinum) โดยราคาจะแปรผันตามเปอร์เซ็นต์ทองคำที่ผสมอยู่ภายใน
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติทองแต่ละประเภท
| ประเภททอง | เปอร์เซ็นต์ทอง | ตราประทับ (Hallmark) | จุดเด่น |
| ทองจีน/ฮ่องกง | 99.9% | 24K / 999 | มูลค่าสูง, สีเข้ม |
| ทองอินเดีย/ดูไบ | 91.6% | 22K / 916 | งานละเอียด, อลังการ |
| ทองอิตาลี | 75% | 18K / 750 | ดีไซน์สากล, แข็งแรง |
| ทองญี่ปุ่น/ยุโรป | 58.5% | 14K / 585 | ทนทาน, ราคาเข้าถึงง่าย |
หลักการประเมินราคาทองคำต่างประเทศเพื่อขายคืนหรือนำไปหลอม
การขายทองต่างประเทศในประเทศไทย ร้านทองหรือโรงหลอมจะใช้วิธีการคำนวณจาก น้ำหนักทองคำแท้จริง ที่เหลืออยู่หลังจากการหักค่าส่วนต่างโลหะและอัญมณี โดยมีกระบวนการดังนี้:
ขั้นตอนการตรวจสอบและคำนวณ
- การระบุค่าความบริสุทธิ์ ตรวจสอบผ่านเครื่อง XRF (X-ray Fluorescence) หรือการทดสอบทางเคมีเพื่อยืนยันค่ากะรัต
- การชั่งน้ำหนักสุทธิ คำนวณเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อทอง โดยต้องถอดอัญมณีหรือส่วนประกอบที่ไม่ใช่ทองออกทั้งหมด
- ราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก “บาท” แบบไทย การคำนวณมูลค่า ใช้สูตร
น้ำหนักทอง (กรัม) × ราคาทองแท่งวันนี้ 96.5% ต่อบาท × (% ของทอง)
ตัวอย่างการคำนวณราคาทองต่างประเทศ (เข้าใจง่าย)
ทองอิตาลี 18K มีความบริสุทธิ์ประมาณ 75% เมื่อนำมาเทียบกับทองไทย 96.5% จะได้ค่าเท่ากับ
75 ÷ 96.5 ≈ 0.777
หากทองหนัก 10 กรัม และราคาทองคำแท่ง 96.5% อยู่ที่ 40,000 บาทต่อบาททอง
สามารถคำนวณมูลค่าได้ดังนี้
10 × 40,000 × 0.777 ≈ 31,080 บาท
บทส่งท้าย
ทองต่างประเทศไม่ใช่ทองที่ “ไม่ดี” แต่เป็นทองที่ ต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนซื้อและก่อนขาย หากรู้ประเภท รู้เปอร์เซ็นต์ และเลือกช่องทางขายที่เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนทองที่คุณมีให้เป็นมูลค่าได้อย่างคุ้มที่สุด
หากคุณมีทองต่างประเทศในมือและต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสด สามารถนำมาที่ PW Gold by Palm นครศรีธรรมราช เราคือผู้ชำนาญงานทองที่พร้อมบริการ



